รักษิตา's profileWindows Live SpacesPhotosBlogListsMore Tools Help

Windows Live Spaces

....
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
by 
Photo 1 of 61
Photo 1 of 61
September 20

คุณเผลอทำร้ายสมอง โดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า

คุณเผลอทำร้ายสมอง โดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า

นอกจากจิตใจแล้ว สมองดูเหมือนจะสำคัญรองลงมา ที่คอยควบคุมร่างกายต่าง ๆ ให้ทำตามที่ใจนึก ปกติคนเราจะทำงานโดยเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมง แต่สมองของคนเรานั้นทำงานมากกว่า สมองจะเริ่มทำงานตั้งแต่เราตื่นนอน กว่าจะได้พักก็ต่อเมื่อเรานอนหลับเท่านั้น



แต่ก็มีบางพฤติกรรมที่เราอาจจะเผลอทำลงไปโดยไม่รู้ว่าเป็นการทำร้ายสมองของเรา มาเช็คดูสิว่าคุณเผลอทำอาการดังต่อไปนี้หรือเปล่า

กินของหวานหรืออาหารมากเกินไป
การกินอาหารมากเกินความจำเป็นอาจจะทำให้ร่างกายไม่สามารถย่อยอาหารได้หมด เมื่ออาหารที่ย่อยไม่หมดเกิดตกค้างก็จะทำให้ระบบในร่างกายรวนไปหมด แถมยังทำให้เกิดอาการความจำสั้นด้วย
ส่วนการกินของหวานนั้นอาจจะทำให้มีน้ำตาลในกระแสเลือกมาก ขัดขวางการดูดซับโปรตีนและสารอาหารอื่น ๆ ที่จะไปเลี้ยงสมอง

นอนคลุมโปง
ตามปกติเมื่อเราหายใจออกเราจะเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ออกมาด้วย และเมื่อคลุมโปงคุณก็จะหายใจเอาก็าซที่ว่าเข้าไปด้วย
แต่ !!! ร่างกายของเราต้องการอ็อกซิเจนค่ะ ไม่คาร์บอนฯ หากคุณคลุมโปงนานอาจจะทำให้สมองตายหรือเป็นอัมพาตได้เลยนะคะ

ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
ขนาดพนักงาน 7-11 เขายังมีเปลี่ยนกะกันเลย แต่นี่สมองนะคะ คุณจะไม่พักสักหน่อยหรือ จำไว้ว่าถ้าร่างกายคุณไม่สบายก็อย่าฝืน แม้ว่าคุณอาจจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่สมองคุณล่ะคะ ถามเค้าหรือยังว่าไหวหรือเปล่า ?
คิดสักนิด ชีวิตจะได้มีรอยหยัก (ในสมอง)

เคยได้ยินชื่อโรคสมองฝ่อใช่มั้ยค่ะ นั่นแหล่ะ มันเกิดจากการที่คนเราไม่ยอมคิดอะไรเลย

ดังนั้นหมั่นใช้สมองทุก ๆ วัน คุณอาจจะหาเกมปริศนาอักษรไขว้ หรือ สุโดกุ มาเล่นเพื่อฝึกสมองก็ได้นะคะ ถือเป็นการออกกำลังสมองค่ะ ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า เมื่อได้มาต้องรักษาให้ดีนะคะ แล้วคนที่จะรักษาชีวิตเราได้ดีที่สุด ก็คือตัวเราเอง ไม่ใช่ใครอื่นไกล

เมื่อเค้าคนนั้นอยู่เคียงข้างคุณเสมอ

เมื่อเค้าคนนั้นอยู่เคียงข้างคุณเสมอ

          มีผู้หญิงคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ทำให้ต้องตาบอดทั้งสองข้าง และเธอก็ทุกข์ทรมานกับการสูญเสียการมองเห็น แต่สามีเธอก็พยายามปลอบใจและให้กำลังใจเธอตลอด พยายามสอนให้เธอใช้ประสาทสัมผัสให้มากขึ้น ที่ทำงานของเธอกับสามีอยู่คนละทาง แต่เขาก็ขับรถไปส่ง และไปรับอยู่เสมอ

          จนวันหนึ่งสามีเธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก เขาจึงพูดกับเธอว่า... ให้เธอลองพยายามขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง โดยที่เขาไม่ต้องไปรับไปส่งได้ไหม

          นาทีนั้น... เธอรู้สึกเหมือนโดดเดี่ยว และน้อยใจสามีเธอ แต่เธอก็พยายามทำตามที่เขาขอ เธอพยายามขึ้นรถเมล์เอง พยายามไปทำงานด้วยตัวเอง จนในที่สุดเธอก็สามารถทำได้

          วันหนึ่งก่อนที่เธอจะลงรถไปทำงานตามปกติ คนขับรถเมล์ก็เข้ามาจับแขนเธอและพูดกับเธอว่า ผมช่างอิจฉาคุณผู้หญิงจริงๆ ครับ เธอก็เลยถามว่า อิจฉาเธอเรื่องอะไร คนขับรถเมล์ก็เลยบอกว่า สามเดือนที่ผ่านมา ผมจะเห็นสุภาพบุรุษคนหนึ่งเขาจะขึ้นรถเมล์ตอนเช้า มานั่งตรงเบาะหลังคุณ เฝ้ามองดูคุณด้วยความห่วงใย และตามคุณลงรถไป และเฝ้าดูคุณเดินเข้าไปที่ทำงานอย่างห่วงใย และตอนเย็นทุกๆเย็นเขาก็จะมาเฝ้ารอดูคุณขึ้นรถ และคอยดูคุณจนคุณลงรถ

          พอเธอได้ยินดังนั้น.... เธอก็น้ำตาไหลด้วยความตื้นตันและสำนึกผิด เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยทิ้งเธอไปไหน เขายังอยู่ดูแลเธออย่างใกล้ชิด เขาเหนื่อยยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องคอยมารับมาส่งเธอซะอีก

          เธอหวนนึกถึงคำพูดเขาที่บ่นลอยๆ ออกมาบ่อยๆ ว่า ชีวิตคนไม่แน่นอน อาจตายวันนี้ พรุ่งนี้ ได้ทุกเมื่อเลยนะ.. ดูอย่างคุณสิ...เมื่อวานยัง มองเห็น วันนี้ คุณมองไม่เห็นแล้ว เธอคิดน้อยใจเขามาตลอด 3 เดือน ที่คิดว่าเขา เบื่อ รำคาญ การเป็นคนตาบอดของเธอ

          ณ วันนี้เธอรู้แล้วว่า... เขากลัวว่า วันนี้ พรุ่งนี้ เขาจะตายไปแล้วเธอจะไม่สามารถไปไหนมาไหน หรือ มีชีวิตอยู่เองได้... ถ้าขาดเขา

 

 

การที่คุณแอบรักใครสักคนหนึ่ง
ฉันคิดว่ามันไม่ผิด
ถ้าคุณรักเขาจริงๆ
และพร้อมที่จะเห็นเขามีความสุข

การที่คุณแอบรักใครคนหนึ่ง
และอยากจะ ดูแลเขา
ถ้าคุณรักเขาโดยที่เขาไม่ได้รักคุณ
นั้นไม่ได้หมายความว่ารักเขา ข้างเดียว

การที่คุณแอบรักใครสักคนหนึ่ง
และพร้อมที่จะให้ความสุขแก่ เขา
โดยที่เขาไม่ได้รักคุณ
นี้ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณรักเขาข้างเดียว

การที่คุณแอบรักใครคนหนึ่ง
และไปทำความรู้จักกับเขา
ไม่ผิดเลย ไม่ผิด
แต่จะผิดถ้าคุณแย่งเขาจากแฟนของเขา

การที่คุณไปทำความรู้จักก ับเขา
นั้นอาจจะทำให้เขารักคุณ
แต่อาจจะเป็นแบบเพื่อน
หรือ น้องสาวที่แสนดีก็ตาม

คุณก็จะทำดีกับเขา
จะดูแลเขา
จะทำให้เขามีค วามสุข
และจะเห็นเขามีความสุข

นั้นก็คือความรักที่สมบูรณ์
เพราะว่าถ้าคุณรักใคร
คุณก็ต้องการให้เขามีความสุข
และต้องการเห็นเขามีความสุข ตลอดไป

สาสน์จากท่าน Dalai Lama

สาสน์จากท่าน Dalai Lama  ที่ได้กล่าวไว้สำหรับปี 2008นี้

คุณใช้เวลาในการอ่านและคิดตาม เพียง 2-3 นาทีเท่านั้น


แล้วคุณจะได้พบกับสิ่งประหลาดมหัศจรรย์ที่คุณจะยินดีมาก

ข้อแนะนำในการดำเนินชีวิต

1.
ระลึกเสมอว่า การจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยงอัน  

 
มหาศาลดุจกัน


2.
เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน

3.
จงปฏิบัติตาม 3Rs

      3.1
เคารพตนเอง
(Respect for self)

      3.2
เคารพผู้อื่น
 (Respect for others)

      3.3
รับผิดชอบต่อการกระทำของตน
(Responsibility for all your actions)

4.
จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์


5.
จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม

6.
จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ

7.
เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข

8.
จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน

9.
จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง  แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป

10.
จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด

11.
จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมาคุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไปได้อีกครั้ง

12.
บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต

13.
เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต

14.
จงแบ่งปันความรู้ เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ

15.
จงสุภาพกับโลกใบนี้

16.
จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง

17.
จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือความรักมิใช่ความใคร่

18.
จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ

19.
จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง

โปรดส่งมนตรานี้ต่อ ๆ ไป อย่างน้อย 5 คน แล้วชี วิตของคุณจะดีขึ้นตามลำดับ ดังนี้
0-4
คน            :  ชีวิตของคุณจะดีขึ้นเล็กน้อย

5-9
คน            :  ชีวิตของคุณจะเป็นไปตามที่คุณต้องการให้เป็น

10-14
คน        :  คุณจะพบสิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจอย่างน้อย 5 อย่างในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า

15
คนขึ้นไป   :  ชีวิตคุณจะดีขึ้นอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ และทุกสิ่งที่คุณฝันไว้จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

ดิจิทัล เลดี้

ดิจิทัล เลดี้ (「ちょびっツ, Chobittsu, ちょびっツ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยม แต่งขึ้นโดยกลุ่มนักวาดการ์ตูน แคลมป์ มีเนื้อหา อยู่ในอนาคตในยุคที่มนุษย์มีความสามารถในการประดิษฐ์ คอมพิวเตอร์ ให้มีลักษณะเหมือนคนได้ โดนเนื้อเรื่องจะพูดถึงการตามหา "คนของฉันคนเดียว" ของคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่ชื่อว่า ชี

ลิขสิทธิ์เวอร์ชันหนังสือการ์ตูนเป็นของสำนักพิมพ์ โคดันฉะ. บริษัทที่ได้รับลิขสิทธิ์ตีพิมพ์ในประเทศไทยคือสำนักพิมพ์ เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์

ตัวละครหลัก

 โมโตสุวา ฮิเดกิ

โมโตสุวา ฮิเดกิ เด็กหนุ่มอายุ 19 ปี ที่สอบ Ent' ไม่ติด แล้วเข้ามาเรียนกวดวิชาในเมืองหลวง(โตเกียว) ขณะที่เดินทางกลับบ้านก็ได้พบเครื่องคอมพิวเตอร์คน(ชี) ซึ่งมีผ้าพันไว้รอบตัวในกองขยะโดยบังเอิญ

โมโตสุว่า นำคอมพิวเตอร์กลับมายังบ้านและหาวิธีเปิดใช้งาน และได้ต้งชื่อให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นว่า ชี (เอลต้า) จึงเสมือนเป็นผู้ให้กำเนิด ชี อีกครั้ง และเขาเองก็คอยสอนชีให้ทำนู่นทำนี่ อีกทั้งยังหลงรักชีด้วย (พากย์เสียงโดย โทโมคาสึ ซุงิตะ)

 

 ชี (เอลด้า)

ชี คอมพิวเตอร์รูปเหมือนคน ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ เดิมทีเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องที่ 2 เป็นคู่แฝดของ เฟรย่า แต่ภายหลัง เพื่อช่วยเฟรย่า จึงช่วยเฟรย่าไว้ และ ลบความทรงจำทิ้ง ก่อนที่จะลบความทรงจำ ได้สั่งเสียไว้ว่าให้ทิ้งตนไปซะ แล้วเธอก็ถือกำเนิดใหม่ โดยฮิเดกิ เป็นผู้เปิดเครื่อง ทำให้เธอทำงานอีกครั้ง

ชี มีนิสัยน่ารัก อ่อนโยน และเรียนรู้ได้เร็ว ซึ่งหลังจากที่โดนลบความทรงจำ ฮิเดกิ ได้สอนเรียนราวต่างๆ ให้ จึงกลับมาพูดได้อีกครั้ง และยังมีความสามารถพิเศษต่างๆ ที่เหนือกว่าคอมพิวเตอร์รูปเหมือนคนตัวอื่นๆ ซึ่งบางครั้ง ทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นมากมาย (พากย์เสียงโดย ริเอะ ทานากะ)

[แก้] เฟรย่า

เฟรย่า เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์รูปเหมือนคนตัวแรกที่ถูกสร้างขึ้น มีความสามารถพิเศษ สามารถติดต่อกับคอมพิวเตอร์รูปเหมือนคนตัวอื่นๆ ได้ เฟรย่าถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นลูก เนื่องจากว่า ฮิบิย่า จิโทเซะ ไม่สามารถมีลูกได้ เพราะถูกสร้างเพื่อถูกรัก และ รักใครสักคน ทำให้เธอเลือกคนที่รัก เพราะว่าไม่มีใครอื่นอีกแล้ว เธอจึงเลือก พ่อ ของตน เป็น คนของฉันคนเดียวเท่านั้นแต่เนื่องจากว่ามีศักดิ์เป็นพ่อ และเฟรย่ามักจะเห็นว่าพ่อควรจะอยู่กับแม่มากกว่า จึงทำให้คิดมากและตรอมใจ จน CPU ของเธอรวน และพังในที่สุด

ภายหลัง เอลต้าเข้ามาพบ และช่วยเฟรย่าเอาไว้ โดยการถ่ายข้อมูล ทำให้เธอยังมีชีวิตอยู่ และช่วย เอลต้า หาคนคนเดียวของเธอและมักจะพบกับเอลต้าในความฝันและใช้จิตสื่อสารกันได้ ในการ์ตูนที่อ่านจะพบได้ในเล่ม 2 ขึ้นไปและจะพบในรูปตัวการ์ตูนที่เป็นกระต่ายด้วย

[แก้] ฮิบิยะ จิโทเซะ

ฮิบิยะ จิโทเซะ เป็นผู้จัดการดูแลอพาร์ทเม้นต์ที่ ฮิเดกิ พักอาศัยอยู่ เป็นผู้เขียนนิทาน "เมืองไร้ผู้คน" และเป็นผู้ที่ร่วมสร้าง เฟย่า และเอลด้าอีกด้วย (พากย์เสียงโดย คิคุโกะ อิโนอุเอะ)

[แก้] รายชื่อตอนในภาคอะนิเมะ

รายชื่อตอนใน ภาคอะนิเมะ มีจำนวนทั้งหมด 26 ตอน เนื้อหาใกล้เคียงกับในภาคหนังสือการ์ตูน มีรายชื่อตอนดังนี้

  • ตอนที่ 1 - 「ちぃ 目覚める」(ชี ตื่น)
  • ตอนที่ 2 -「ちぃ でかける」(ชี ออกไปข้างนอก)
  • ตอนที่ 3 -「ちぃ おぼえる」(ชี จำ)
  • ตอนที่ 4 -「ちい おつかい」(ชี ซ๊อปปิ้ง)
  • ตอนที่ 5 -「ちぃ みつける」(ชี ค้นหา)
  • ตอนที่ 6 -「ちぃ 弱る」(ชี มีปัญหา)
  • ตอนที่ 7 -「ちぃ 働く」(ชี ทำงาน)
  • ตอนที่ 8 -「ちぃ とまどう」(ชี สับสน)
  • ตอนที่ 9 -「新保・すもも 語る」(คุยกับชินโดและซุโมโม)
  • ตอนที่ 10 -「ちぃ 買う」(ชี ซื้อ)
  • ตอนที่ 11 -「ちぃ 出会う」(ชี พบเจอ)
  • ตอนที่ 12 -「ちぃ 確かめる」(ชี ค้นหา)
  • ตอนที่ 13 -「ちぃ 遊ぶ」(ชี เล่น)
  • ตอนที่ 14 -「ちぃ 海いく」(ชี ไปทะเล)
  • ตอนที่ 15 -「ちぃ もてなす」(ชี เพลิดเพลิน)
  • ตอนที่ 16 -「ちぃ 何もしない」(ชี หยุดนิ่ง)
  • ตอนที่ 17 -「ちぃ まかなう」(ชี จัดการ)
  • ตอนที่ 18 -「稔・柚姫 語る」(คุยกับมิโนรุและยูซูกิ)
  • ตอนที่ 19 -「ちぃ 手伝う」(ชี ช่วย)
  • ตอนที่ 20 -「ちぃ いなくなる」(ชี หายไป)
  • ตอนที่ 21 -「ちぃ 待つ」(ชี เฝ้ารอ)
  • ตอนที่ 22 -「ちぃ 求める」(ชี หวัง)
  • ตอนที่ 23 -「ちぃ 答える」(ชี ตอบ)
  • ตอนที่ 24 -「ちぃ 着てぬぐ」(ชี เปลี่ยนชุด)
  • ตอนที่ 25 -「ちぃ 決める」(ชี ตัดสินใจ)
  • ตอนที่ 26 -「ちぃ だけの人」(ชี กับคนของฉันคนเดียว)

 

สึซึมิยะ ฮารุฮิ

สึซึมิยะ ฮารุฮิ (「涼宮ハルヒ, Suzumiya Haruhi, 涼宮ハルヒ?) เป็นชื่อเรียกนิยายชุดหนึ่ง (ดูข้อมูลภาคนิยาย ซุซุมิยะ ฮารุฮิ (นิยาย)) แต่งโดย นาการุ ทานิกาวะ และวาดภาพประกอบโดย โนอิจิ อิโต ลงตีพิมพ์ในนิตยสารสนีกเกอร์ส ในประเทศญี่ปุ่น

ปัจจุบัน (พฤษภาคม 2549) นิยายชุด สึซึมิยะ ฮารุฮิ มีอยู่ทั้งหมด 9 เล่ม กำลังถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์การ์ตูนความยาว 14 ตอนออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ชิบะ และเป็นมังงะลงตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นเอซ

[แก้] เนื้อเรื่อง

สึซึมิยะ ฮารุฮิ นักเรียนหญิงชั้นมัธยม 4 คนหนึ่ง ได้ตั้งกิจกรรมชมรมชื่อ "กองพัน SOS" (SOS団 อ่านว่า "เอสโอเอสดัน" ย่อมาจาก Sekai wo Ooini moriagerutame no Suzumiya Haruhi no dan) โดยมีจุดประสงค์เพื่อค้นหาและเล่นกับมนุษย์ต่างดาว คนมาจากโลกอนาคต คนจากมิติอื่น ผู้มีพลังวิเศษ และสิ่งเหนือธรรมชาติอื่นๆ เนื้อเรื่องเล่ากิจกรรมและการผจญภัยของฮารุฮิและสมาชิกคนอื่นของกองพัน SOS โดยผ่านมุมมองของเคียวน์ ตัวละครเอกของเรื่อง

 ตัวละคร

สมาชิกกองพัน SOS

สึซึมิยะ ฮารุฮิ (涼宮ハルヒ) (นักพากย์ - อายะ ฮิราโนะ)

สึซึมิยะ ฮารุฮิ เป็นจุดสนใจของเรื่อง เธอเป็นนักเรียนหญิง ม.4 (ขึ้น ม.5 ในนิยายเล่มที่ 9) ผู้มีความสนใจในสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น มนุษย์ต่างดาว คนที่มาจากโลกอนาคต และผู้มีพลังจิต และไม่ลังเลที่จะประกาศให้คนอื่นรู้ถึงความชอบที่แปลกประหลาดนี้ ฮารุฮิเป็นคนสวย เรียนเก่ง แถมยังมีร่างกายแข็งแรงและเล่นกีฬาเก่งแทบจะทุกอย่าง อย่างไรก็ดี เธอไม่ชอบคุยกับ "มนุษย์ธรรมดา" จึงทำให้เพื่อนในชั้นมองว่าเธอเป็นคนประหลาด และทำให้เธอหาเพื่อนและเข้าสังคมกับคนอื่นไม่ได้

เมื่อฮารุฮิได้ฟังคำแนะนำของเคียวน์และตีความคำแนะนำนั้นอย่างผิดๆ เธอได้ตั้งชมรมใหม่ชื่อ "กองพัน SOS" ขึ้นเพื่อค้นหาบุคคลและสิ่งเหนือธรรมชาติ และเล่นกับสิ่งเหล่านั้น พร้อมกับตั้งตนเองเป็น "ผู้บัญชาการ" และหาสมาชิกมาร่วมชมรมได้อีก 4 คน เธอเปลี่ยนนิสัยจากผู้โดดเดี่ยวมาเป็นจอมเผด็จการที่มีความคิดแปลกๆ ในห้วตลอดเวลา โดยเธอพร้อมจะใช้ทุกวิธีการเพื่อจะได้มาในสิ่งที่เธออยากได้ โดยมีเพียงเคียวน์เท่านั้นที่สามารถหยุดฮารุฮิไม่ให้ทำอะไรเลยเถิดเกินความพอดีได้

จริงๆ แล้วตัวฮารุฮิเองนั้นไม่ใช่คนธรรมดา เธอมีความสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ตามที่เธอนึก แต่เธอไม่รู้ว่าตนมีพลังเช่นนี้อยู่ เมื่อ 3 ปีก่อน ฮารุฮิทำให้เกิดเหตุการณ์การแตกร้าวของมิติเวลา ส่งผลกระทบถึงสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตในจักรวาล มอบพลังวิเศษให้กับมนุษย์จำนวนหนึ่ง และดึงดูดความสนใจของคนในโลกอนาคตและองค์รวมข้อมูลและความคิดแห่งจักรวาลมาที่ตัวเธอ

เคียวน์(キョン) (นักพากย์ - โทโมคาซุ ซุงิตะ)

เคียวน์เป็นเพื่อนร่วมชั้นของฮารุฮิ ซึ่งให้คำแนะนำซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งกองพัน SOS ของฮารุฮิ และถูกบังคับให้เป็นสมาชิกของกองพัน SOS โดยไม่สมัครใจ แม้ว่าฮารุฮิจะเป็นจุดสนใจของเรื่อง แต่เรื่องราวในนิยายทั้งหมดถูกเล่าผ่านสายตาของเขา เคียวน์เป็นคนมีเหตุผล ไม่เชื่อและวางใจใครง่ายๆ ช่างเหน็บแนมและชอบประชดประชัน เขาเป็นมนุษย์โลกธรรมดา (ไม่เหมือนสมาชิกกองพัน SOS คนอื่น) ที่อยากมีชีวิตนักเรียนมัธยมปลายอย่างปกติทั่วไป แต่กลับถูกดึงเข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติต่างๆ เพราะฮารุฮิ เขาเป็นคนเดียวที่กล้าและตักเตือนฮารุฮิเมื่อเธอทำอะไรเกินเลย อาจเรียกได้ว่าเป็นเสียงแห่งเหตุผลแห่งกองพัน SOS ก็ว่าได้

ชื่อ "เคียวน์" นั้นไม่ใช่ชื่อจริงของเขา แต่เป็นชื่อเล่นที่คุณป้าเรียก จากนั้นน้องสาวของเคียวน์จึงเรียกเขาด้วยชื่อนี้จนกระทั่งรู้ไปถึงเพื่อนที่โรงเรียน แม้นิยายจะถูกตีพิมพ์ถึงเก้าเล่มแล้ว ชื่อจริงของเคียวน์ก็ยังไม่ปรากฏในนิยายเล่มใดเลย

นางาโตะ ยูกิ (長門 有希) (นักพากย์ - มิโนริ จิฮาระ)

นักเรียนหญิง ม.4 (ขึ้น ม.5 ในนิยายเล่มที่ 9) นางาโตะ ยูกิ เป็นสมาชิกของกองพัน SOS เพียงคนเดียวที่ไม่ได้ถูกฮารุฮิบังคับหรือชักจูงให้เข้าชมรม เดิมทีเธอเป็นสมาชิกที่เหลือเพียงคนเดียวของชมรมวรรณกรรม และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกองพัน SOS เมื่อฮารุฮิยึดห้องชมรมวรรณกรรมมาใช้เป็นห้องของกองพัน SOS ยูกิเป็นคนไม่แสดงอารมณ์ พูดน้อยมาก และเวลาตอบคำถามก็จะถามคำตอบคำ เธอชอบอ่านหนังสือและเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

จริงๆ แล้วยูกิไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็น "อายตนะในร่างมนุษย์" (humanoid interface) ซึ่งถูกส่งมาโดยสิ่งมีชีวิตที่ประกอบขึ้นจากข้อมูลทั่วจักรวาล ซึ่งยูกิเรียกว่า "องค์รวมข้อมูลและความคิด" (情報統合思念体) เพื่อสังเกตการณ์ฮารุฮิซึ่งเป็นต้นเหตุของ "การระเบิดของข้อมูล" เมื่อสามปีก่อน โดยหวังว่าความสามารถในการสร้างข้อมูลขึ้นมาโดยไม่อาศัยวัตถุดิบใดของฮารุฮินั้น จะเป็นกุญแจนำไปสู่วิวัฒนาการของตัวองค์รวมข้อมูลและความคิดเอง

ยูกิมีความสามารถในการควบคุมข้อมูลต่างๆ ซึ่งหมายถึงเธอสามารถเปลี่ยนแปลงโลกที่อยู่รอบๆ ตัวได้อย่างใจนึก อย่างไรก็ดีเธอไม่สามารถสร้างสิ่งของขึ้นมาใหม่ได้เนื่องจากหน่วยรวมแห่งข้อมูลและความคิดไม่มีความสามารถในการสร้างข้อมูลจากความว่างเปล่า ตอนเริ่มเรื่องยูกิสวมแว่นตา แต่เลิกสวมไปหลังจากที่เคียวน์บอกว่าถอดแว่นแล้วดูดีกว่า หลังจากเหตุการณ์ที่ต่อสู้กับอะซากุระ เรียวโกะ

อาซาฮินะ มิคุรุ (朝比奈 みくる) (นักพากย์ - ยูโกะ โกโต)

อาซาฮินะ มิคุรุ เป็นนักเรียน ม.5 (ขึ้น ม.6 ในนิยายเล่มที่ 9) ที่ถูกฮารุฮิจับตัวเธอได้ระหว่างที่เธอกำลังนั่งฝันกลางวันอยู่ในห้องเรียน แล้วโดนบังคับให้เธอออกจากชมรมคัดลายมือมาเป็นสมาชิกของกองพัน SOS โดยเหตุผลที่ฮารุฮิอยากให้มิคุรุมาเข้าชมรมคือความที่มิคุรุเป็นคนสวยและมีหน้าอกใหญ่ เหมาะที่จะเป็นสัญลักษณ์นำโชคและตัวดึงดูดคนของกองพัน SOS มิคุรุมีนิสัยเป็นคนสุภาพเรียบร้อย แต่อ่อนต่อโลก ซุ่มซ่าม ขี้กลัว ขี้ตกใจ ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง และไม่สู้คน ทำให้ฮารุฮิสามารถใช้เธอเล่น "แต่งตัวตุ๊กตา" เพื่อแก้เบื่อได้อย่างง่ายดาย

จริงๆ แล้ว มิคุรุถูกส่งมาจากโลกอนาคตเพื่อสืบหาสาเหตุที่ทำให้เกิดความปั่นป่วนในมิติเวลา ซึ่งเป็นเหตุให้คนในโลกอนาคตไม่สามารถย้อนเวลาไปในอดีตก่อนสามปีก่อนที่ฮารุฮิจะเข้าโรงเรียนมัธยมปลายได้

โคอิซุมิ อิทสึกิ (古泉 一樹) (นักพากย์ - ไดซุเกะ โอโนะ)

โคอิซุมิ อิทสึกิ เป็น "นักเรียนปริศนา" ที่ย้ายเข้ามาเรียน ม.4 โรงเรียนของฮารุฮิหลังจากเปิดเทอมได้ 1 เดือน (ขึ้น ม.5 ในนิยายเล่มที่ 9) และถูกฮารุฮิชักชวนให้เข้ากองพัน SOS ทันที ซึ่งเขาก็ยอมเข้าชมรมด้วยความสมัครใจ อิทสึกิมีหน้าตายิ้มแย้มอยู่เสมอ และจะปฏิบัติตามคำสั่งของฮารุฮิทุกอย่างโดยไม่ขัดข้องหรือสงสัย เขามีนิสัยชอบอธิบายเรื่องราวต่างๆ อย่างมีหลักการ เต็มไปด้วยรายละเอียด ยืดยาว ใช้การอุปมาอุปไมยที่เข้าใจยาก และมักจะใช้มือแสดงท่าทางประกอบด้วยเวลาพูด

จริงๆ แล้วอิทสึกิเป็นหนึ่งในมนุษย์ที่มีพลังเหนือธรรมชาติที่ได้รับพลังเหล่านี้เมื่อ 3 ปีก่อนที่เรื่องจะเริ่มขึ้น โดยพวกเขามีหน้าที่ต่อสู้กับ "มนุษย์เทพ" (神人) ซึ่งจะปรากฏตัวในมิติอยู่คู่ขนานกับโลกเมื่อฮารุฮิมีอารมณ์ไม่ดี คนเหล่านี้รวมตัวกันเป็น "องค์การ" (機関) และองค์การก็ได้ส่งอิทสึกิมาสังเกตการณ์ฮารุฮิและรักษาอารมณ์ของเธอให้ดีอยู่เสมอ โดยเกรงว่าฮารุฮิจะทำลายโลกหากเธอหมดหวังในโลกที่เธอและพวกเขาอาศัยอยู่

[แก้] นิยาย

ข้อมูลเพิ่มเติม: สึซึมิยะ ฮารุฮิ (นิยาย)

ปัจจุบันนิยายชุด สึซึมิยะ ฮารุฮิ กำลังถูกตีพิมพ์เป็นตอนๆ ลงในนิตยสารรายเดือนสนิกเกอร์ส ของบริษัทคาโดคาว่าโชเท็น ในประเทศญี่ปุ่น คาโดคาว่าโชเท็นยังได้นำนิยายมาตีพิมพ์เป็นนิยายรวมเล่มแล้วถึง 9 เล่ม ดังต่อไปนี้

สึซึมิยะ ฮารุฮิ โนะ ยูอุทสึ (涼宮ハルヒの憂鬱, ความเศร้าหมองของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2546

สึซึมิยะ ฮารุฮิ โนะ ทะเมะอิกิ (涼宮ハルヒの溜息, เสียงถอนใจของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546

สึซึมิยะ ฮารุฮิ โนะ ไทคุทจึ (涼宮ハルヒの退屈, ความเบื่อหน่ายของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2546

สึซึมิยะ ฮารุฮิ โนะ โชชิสุ (涼宮ハルヒの消失, การหายไปของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2547

สึซึมิยะ ฮารุฮิ โนะ โบโซ (涼宮ハルヒの暴走, การอาละวาดของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2547

สึซึมิยะ ฮารุฮิ โนะ โดโย (涼宮ハルヒの動揺, ความกระวนกระวายของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2548

สึซึมิยะ ฮารุฮิ โนะ อินโบ (涼宮ハルヒの陰謀, แผนสมคบคิดของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2548

สึซึมิยะ ฮารุฮิ โนะ ฟุงไก (涼宮ハルヒの憤慨, ความขุ่นเคืองของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2549

สึซึมิยะ ฮารุฮิ โนะ บังเระสึ (涼宮ハルヒの分裂 , การแบ่งแยกของ สึซึมิยะ ฮารุฮิ) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2550

[แก้] รางวัลและความนิยม

รางวัลอะนิเมะประเภท TV Serie ยอดเยี่ยม จากงาน Tokyo International Anime Fair (TAF) 2007

รางวัลอะนิเมะทีวีซีรีส์ยอดเยี่ยมและเพลงประกอบยอดเยี่ยม จากงาน Animation Kobe ครั้งที่ 11 ปี 2006

ผลโหวตอะนิเมะยอดเยี่ยมจากนิตยสาร Newtype ปี 2006

อะนิเมะยอดเยี่ยมจากนิตยสาร Animedia ฉบับปี 2007

อันดับ 4 จากผลโหวตออนไลน์อะนิเมะยอดนิยม จากช่องทีวี TV Asahi ปี 2006

อันดับ 22 จากผลโหวตอะนิเมะชันยอดนิยมตลอดกาล จากงานนิทรรศการ Japan Media Arts Festival ปี 2006 (จัดอันดับ 25 ใน 4 สาขา เพื่อนำไปจัดแสดงที่หอศิลป์)

ผลโหวต Anime Grand-Prix จากนิตยสาร Animage ครั้งที่ 29 ปี 2007

เรื่องยอดนิยมอันดับ 3

ตัวละครชายยอดนิยม เคียวน์ ได้อันดับ 3

ดาราหญิงยอดนิยม ซุซุมิยะ ฮารุฮิ อันดับ 2, นากาโตะ ยูกิ อันดับ 9, อาซาฮินะ มิคุรุ อันดับ 15, ซึรุยะซัง อันดับ 45

Episode ยอดนิยม : อันดับ 3 ตอน 12 (Live a Live) , อันดับ 10 ตอน 1 (Mikuru Episode 00) , อันดับ 12 ตอน 9 (Someday in the rain) , อันดับ 15 ตอน 11 (Day of Sagittarius) , อันดับ 16 ตอน 14 (Suzumiya Haruhi VI) , อันดับ 49 ตอน 2 (Suzumiya Haruhi I) , อันดับ 51 ตอน 4 (Boredom of Suzumiya Haruhi)

อายะ ฮิราโนะ (ผู้พากย์ สึซึมิยะ ฮารุฮิ) ได้รับรางวัลนักพากย์หน้าใหม่ยอดเยี่ยม จากงาน Seiyuu Awards ครั้งที่ 1 ปี 2006, ได้รับรางวัลนักพากย์ยอดเยี่ยมจากงาน TAF 2007 และอันดับ 4 จากนิตยสาร Animage

ยูโกะ โกโต้ (ผู้พากย์ อาซาฮินะ มิคุรุ) นักพากย์ตัวละครสมทบฝ่ายหญิงดีเด่น จากงาน Seiyuu Awards ครั้งที่ 1 ปี 2006

 

 

 
  • Send a private message
  • Subscribe to RSS feed
  • Tell a friend
  • Add to My MSN
  • Add to Live.com
  • Add to your network
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
เด็ด
Sept. 20